องค์การนาซา

เรื่องราวที่ไม่มีวันจบของมนุษย์ต่างดาว

เรื่องราวที่ไม่มีวันจบของมนุษย์ต่างดาว

เรื่องราวลึกลับที่ชวนค้นหานั้นที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นนั้น อย่างเรื่องเกี่ยวกับ “มนุษย์ต่างดาว“ นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์โลกอย่างเราๆ นั้น ให้ความสนใจมาเนิ่นนานมากแล้วนั่นเอง แต่กระนั้นแล้วก็จนกระทั่งถึงปัจจุบันนั้นเรื่องนี้ก็ ’ยังคงเป็นปริศนา? ที่ยังไม่มีใครไขได้อย่างชัดแจ้ง

สหรัฐอเมริกา หรือองค์การนาซา พบมนุษย์ต่างดาวแล้ว นี่ก็อีกเสียงร่ำลือที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วโลกมาโดยตลอดอย่างเนินนาน  เรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าค้นหาเกี่ยวกับเรื่องลึกลับเหล่านี้
คำถามที่เรานั้นได้ยินกันบ่อยๆมาเป็นเวลาช้านานแล้วก็คือเรื่องของมนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือเปล่าไม่และเคยมาเยือนโลกเราแล้วหรือยังนั่นเอง  เรื่องนี้ก็ยังเป็นข้อสงสัย สำหรับคำถามข้อแรกนั้น ขอตอบเลยว่า คนที่นาซาส่วนใหญ่นั้น รวมไปถึงตัวผู้เขียนด้วยนั้นมีความเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวน่าจะมีจริง แต่ก็มีคำว่าแต่เกิดขึ้นมาด้วยที่ทำให้เรื่องราวเหล่านี้นั้นไม่จบสิ้นนั่นเอง
ส่วนเรื่องที่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นน่าจะมีจริง เพราะจักรวาลมีดาวจำนวนนับไม่ถ้วนเลย ในกาแลคซี่ที่โลกเราอยู่นี้ก็มีดาวเคราะห์อย่างน้อย 50,000 ล้านดวงนั่นเอง ในจำนวนนี้นั้นก็มีประมาณ 500 ล้านดวงที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ด้วยนั่นเอง นี่เฉพาะแค่ 1 กาแลคซี่เท่านั้นนะ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วที่ได้จาก ฮับเบิลสเปซเทเลสโคป (Hubble Space Telescope) ประมาณว่าในจักรวาลมีกาแลคซี่อยู่หลายแสนล้านกาแลคซี่นั่นเอง

การที่มีจำนวนดาวเคราะห์ในจักรวาลที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่นั้นจึงมีมากมายมหาศาลนัก ซึ่งเราเชื่อว่าในบรรดาดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนเหล่านี้ด้วยจะต้องมีดวงดาวจำนวนมากอีกแน่ๆที่มีสภาวะคล้ายคลึงกับโลกของเราที่สามารถเอื้อให้สิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์ต่างดาวเกิดขึ้นได้

เรื่องราวทั้งหมดนี้นั้นก็ยังเป็นเรื่องที่หาข้อสรุปไม่ได้อยู่ดีทีเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้นั่นเอง ก็ต้องเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องกลับไปคิดเองอีกนั่นแหละ

 

การค้นหาอารยธรรมต่างดาว

การค้นหาอารยธรรมต่างดาว 

บทความในวันนี้เป็นเรื่องราวที่เรียกได้ว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย  เกี่ยวกับเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาว  เป็นเรื่องราวของการค้นหาอารยธรรมต่างดาว  ที่เรียกได้ว่า  เป็นเรื่องที่น่าติดตามมาก

เรื่องอของเรื่องก็คือ เมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้นั้น มีข่าวจากองค์การนาซาได้ส่งยานที่เป็นหุ่นยนต์สำรวจชื่อ Curiosity
ยานนี้มีขนาดและน้ำหนักพอๆกับรถอีโคคาร์ ไปลงจอดบนดาวอังคาร ยานสำรวจที่วิ่ง ได้เหมือนรถยนต์หลายล้อคัน ดังกล่าวจะทำงานเป็นห้องแล็บในตัว เพื่อการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตขนาดจุลินทรีย์บนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้นั่นเอง แต่จากข้อมูลที่ได้รับตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นยังไม่ปรากฏข้อมูลที่จะบอกให้เห็นว่าดาวอังคารนั้นมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หรือเคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กที่ตามองไม่เห็นนั้น  อย่างไรก็ตามแต่ งานของยาน Curiosity ก็ยังถือว่าแค่เริ่มต้น และพื้นที่ของการสำรวจก็ยังแคบมากนั่นเองเมื่อเทียบกับขนาดของดาวเคราะห์ทั้งดวงเลยก็ว่าได้ ถ้าหากมันพบอะไรอย่างที่นักวิทยาศาสตร์ของนาซาคาดหวังในเวลาเพียงเดือนสองเดือน ก็คงฟลุกยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่ร้อยใบพร้อมกันในคราวเดียวนั่นเอง  เรื่องนี้จะมีความเกี่ยวโยงถึงสิ่งที่อยู่นอกโลกไม่มากก็น้อย  แต่ที่แน่ๆ  ในอดีตที่ผ่านมานั้นมีการบันทึกถึงการมาเยือนของมนุษย์จากดาวอื่นๆไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพบยาน UFO ในที่ต่างๆ บ้างก็บอกว่าเคยถูกมนุษย์ต่างดาวเอาตัวไปโดยแสงประหลาด ที่เป็นเรื่องเป็นราวและมีภาพที่ดูเหมือนจริงหลุดออกมาสู่ภายนอกก็คือ เรื่องยานจากนอกโลกมาตกในทะเลทรายของเมืองรอสเวลส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1948 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯก็เข้าไปเก็บหลักฐานต่างๆไปจนเรียบ  และยังมีหลักฐานอีกมากมายที่น่าค้นหาเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่เรายังไม่รู้  แต่เรื่องราวของนาซานั้นถือว่าเป็นโครงการหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

ขอบคุณบทความดีๆจาก  allmysteryworld.blogspot.com

 

แง้มนาซาไขปริศนา (1) ‘มนุษย์ต่างดาว’ มีจริง เชื่อหรือไม่??

 

เรื่องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตของดาวดวงอื่น เรื่องเกี่ยวกับ ’มนุษย์ต่างดาว“ เป็นสิ่งที่มนุษย์โลกให้ความสนใจมาเนิ่นนานมากแล้ว แต่กระนั้น…จนถึงปัจจุบันเรื่องนี้ก็ ’ยังคงเป็นปริศนา?“ ยังไม่มีใครไขได้ชัด ๆ

มนุษย์ต่างดาวมายังดาวโลก ยานบินจากนอกโลกหรือที่กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาบัญญัติเป็นศัพท์ทางวิทยา ศาสตร์การทหารว่า ’วัตถุบินไม่สามารถระบุเอกลักษณ์“ หรือ ’ยูเอฟโอ (Unidentified Flying Object : UFO)“ ถูกเล่าขาน ร่ำลือ มาโดยตลอด แม้แต่กับการที่ดาวโลกเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีการร่ำลือว่าโลกจะถึงกาลอวสาน ก็ร่ำลือกันว่าจะมีมนุษย์ต่างดาวมารับชาวโลกไปอยู่ดาวดวงอื่น

สหรัฐอเมริกา-องค์การนาซา…พบมนุษย์ต่างดาวแล้ว

นี่ก็อีกเสียงร่ำลือที่วิพากษ์กันทั่วโลกมาโดยตลอด?!?

ทั้งนี้ กับเรื่องมนุษย์ต่างดาว ยูเอฟโอ ในมุมที่ยึดโยงกับองค์การนาซาหรือองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของ สหรัฐอเมริกานั้น จากการที่ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ได้รู้จักกับนักวิทยาศาสตร์คนไทยคนหนึ่งที่ทำงานให้กับนาซา คือ ดร.ธวัช วิรัตติพงศ์ ล่าสุด ดร.ธวัชได้สะท้อนเรื่องนี้ผ่านมายัง “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” เป็นลักษณะบทความเรื่อง “นาซาค้นหามนุษย์ต่างดาวเจอแล้วหรือยัง?” ก็นับว่าน่าพิจารณา กล่าวคือ……

’คำถามที่ได้ยินกันบ่อยมาเป็นเวลาช้านานแล้วก็คือ มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือเปล่า? และเคยมาเยือนโลกแล้วหรือยัง? สำหรับคำถามข้อแรก ขอตอบเลยว่า คนที่นาซาส่วนใหญ่ รวมถึงตัวผู้เขียนด้วย มีความเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวน่าจะมีจริง“…นี่เป็นประโยคแรก ๆ จากนั้น ดร.ธวัช ก็แจกแจงว่า…

ที่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวน่าจะมีจริง เพราะจักรวาลมีดาวจำนวนนับไม่ถ้วน โดยนักวิทยาศาสตร์ของ เคปเลอร์ มิสชั่น (Kepler Mission) ของ นาซา-เจพีแอล (NASA-Jet Propulsion Lab : JPL) เชื่อว่า เฉพาะในกาแลคซี่ที่โลกเราอยู่มีดาวเคราะห์อย่างน้อย 50,000 ล้านดวง ในจำนวนนี้มีประมาณ 500 ล้านดวงที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่ นี่เฉพาะแค่ 1 กาแลคซี่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก ฮับเบิล สเปซ เทเลสโคป (Hubble Space Telescope) ประมาณว่า ในจักรวาลมีกาแลคซี่อยู่หลายแสนล้านกาแลคซี่

’ดังนั้น จำนวนดาวเคราะห์ในจักรวาลที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิต จึงมีมากมายมหาศาล ซึ่งเราเชื่อว่าในบรรดาดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนเหล่านี้ จะต้องมีดวงดาวจำนวนมากที่มีสภาวะคล้ายคลึงกับโลกที่สามารถเอื้อให้สิ่งมี ชีวิตหรือมนุษย์ต่างดาวเกิดขึ้นได้“…นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ทำงานกับนาซา ระบุ

นอกจากนี้ยังบอกต่อไปว่า…มีกลุ่มคนทั่วโลกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อมากกว่า นั้น เชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกแล้ว เช่น สมาคมจานผี มีการนำภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวที่อ้างว่าเป็นยูเอฟโอและถ่ายมาได้ มาโชว์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้ฮือฮาและสนใจกันไม่น้อย และมีกลุ่มคนที่ตั้งทฤษฎีว่า หลายพันปีมาแล้วมนุษย์ต่างดาวได้มาเยือนโลก มาช่วยจัดตั้งอารยธรรมและสอนวิทยาการบางอย่างให้ชนเผ่าโบราณ และได้รับการเคารพบูชาว่าเป็นพระเจ้า โดยมีการอ้างหลักฐานต่าง ๆ เช่น ภาพวาดพระเจ้าบนผนังถ้ำของชนเผ่าโบราณที่ดูแล้วเหมือนภาพมนุษย์อวกาศ หรือการอ้างข้อความจากคัมภีร์ศาสนาบางคัมภีร์ที่ได้ระบุถึงสิ่งบินได้ที่มี การส่งเสียงดังมากและปล่อยไฟและควันออกมา ซึ่งก็มีการระบุว่าตรงกับภาพของยานอวกาศ เป็นต้น

ทั้งนี้ สำหรับ นาซา ดร.ธวัช ระบุว่า…นาซาสนใจค้นหามนุษย์ต่างดาวอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 โดยจัดตั้งโครงการขึ้นค้นหา (โครงการ Search for Extraterrestrial Intelligence : SETI) โดยมี นาซา-เจพีแอล และ นาซา-เออาร์ซี (NASA-Ames Research Center : ARC) เป็นฝ่ายดำเนินการ และมีหลายสถาบันร่วมด้วย เช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียที่เบิร์กเลย์ เป็นต้น โดยใช้จานเสาอากาศทั่วโลก (เช่นจาน Arecibo ที่ประเทศเปอร์โตริโก และ Deep Space Station 13 ที่สหรัฐ ซึ่ง ดร.ธวัช วิรัตติพงศ์ เป็นผู้จัดการ) ในการทำงานค้นหา

วิธีคือ ใช้จานเสาอากาศขนาดใหญ่ติดเครื่องรับที่มีความไวสูงมาก (มีแอมพลิไฟเออร์แช่เย็นที่อุณภูมิติดลบ 268 องศาเซนติเกรต) สแกนไปทั่วท้องฟ้า เพื่อจับหรือรับสัญญาณในช่วงความถี่ 1-10 GHz ที่มีลักษณะไม่ใช่สัญญาณจากธรรมชาติ ที่คาดว่าอาจส่งมาจากต่างดาว ดำเนินการอยู่นานหลายปีแต่ไม่พบสัญญาณใด ๆ โครงการจึงพับไป แต่ก็ยังมีเอกชนสนใจทำกันต่ออยู่ ซึ่งจนถึงบัดนี้ยังไม่พบสัญญาณ

“ต่อมา นาซา-เจพีแอล ก็ได้เริ่มงานนี้อีก โดยได้ส่งยานอวกาศเคปเลอร์ (Kepler) ขึ้นไปเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2552 เพื่อเสาะหาดาวเคราะห์ภายในกาแลคซี่ของเราที่มีลักษณะและสภาวะแวดล้อมคล้าย กับโลกซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้ มีความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิต เกิดขึ้นได้ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา จนถึง ณ วันที่ 27 ก.พ. 2555 เราพบดาวเคราะห์ที่เข้าข่ายแล้วราว 64 ดวง…”…นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ไปทำงานกับนาซา ระบุ

ประเด็นหลังนี่ก็โยงกับการ ’ไขปริศนามนุษย์ต่างดาว“

เรื่องราวสุดจะจินตนาการเรื่องนี้…ยังมีต่ออีกตอน…

ขอบคุณบทความดีๆจาก   dailynews.co.th